Gold Spot คืออะไร? ต่างจาก Gold Future ยังไง? รู้ก่อนลงทุน

การลงทุนนั้นมีหลากหลายรูปแบบ จึงเป็นโอกาสให้กับนักลงทุนหลาย ๆ ท่านได้ลองผิดลองถูกในการลงทุน และหนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การลงทุนในทองคำ เนื่องจากนักลงทุนหลายคนมองว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่สามารถลงทุนได้ทั้งระยะยาวและระยะสั้น โดยนักลงทุนบางคนถือทองคำเพื่อรักษามูลค่า ขณะที่บางคนเก็งกำไรจากความผันผวนของราคาทองคำในตลาด ซึ่งราคาทองคำมักผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก
หากนักลงทุนกำลังสนใจลงทุนในทองคำ นักลงทุนควรทำความเข้าใจรูปแบบการลงทุนในทองคำอย่าง Gold Spot และ Gold Future ก่อน โดยในบทความนี้ทาง Thaiforexreview จะมาอธิบายว่า Gold Spot คืออะไร? Gold Future คืออะไร? และ Gold Spot กับ Gold Future ต่างกันอย่างไร? เพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าใจและเลือกการลงทุนที่เหมาะกับตัวเองได้มากขึ้นครับ
Gold Spot คือ รูปแบบการเทรดทองคำจริง ๆ ในตลาดโลก ซึ่งเป็นการซื้อขายกันจริง ๆ เพียงแต่ว่าเมื่อนักลงทุนซื้อแล้ว จะไม่ได้รับเป็นทองคำที่จับต้องได้ เพราะทองคำในรูปแบบนั้นมีโอกาสเสียหายค่อนข้างสูง ซึ่งการเทรดแบบ Gold Spot จะได้มาในรูปแบบของใบเอกสารสัญญาแทน โดยที่จะเน้นไปที่การเก็งกำไรจากส่วนต่างของการซื้อขายทองคำในตลาดโลก
โดยการเทรด Gold Spot นั้น นักลงทุนสามารถทำกำไรทั้งช่วงตลาดขาขึ้นและขาลงได้ตามความต้องการ ซึ่งการเทรด Gold Spot ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวแบบ Real-Time ตามราคาทองตลาดโลก ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องคอยติดตามข่าวเศรษฐกิจโลก และต้องคอยติดตามค่าเงินให้ดีเพื่อไม่ให้นักลงทุนพลาดโอกาสในการทำกำไร
ซื้อขายทองคำแบบ Gold Spot ได้ที่ไหน? |
โดยปกตินักลงทุนจะทำการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ Forex และฝากเงินเข้าไปในระบบตามที่แต่ละโบรกเกอร์กำหนด เพียงเท่านี้ก็สามารถซื้อขายทองคำแบบ Gold Spot ได้ทันที
เนื่องจากรูปแบบการลงทุนของ Gold spot เป็นการซื้อขายด้วยสัญญา CFD ทำให้นักลงทุนสามารถเทรดเพื่อสร้างผลกำไรได้ทั้งตลาดทองคำที่เป็นช่วงขาขึ้นและช่วงขาลง หรือเข้าใจง่าย ๆ ว่า การซื้อมาขายไป หรือขายก่อนแล้วค่อยกลับไปซื้อก็ได้เช่นกัน
ตลาด Gold Spot เปิดกี่โมง? |
ในการเทรด Gold Spot นักลงทุนสามารถเทรดได้ทั้งหมด 5 วันทำการ จันทร์-ศุกร์ ตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องของเวลาตลาดเปิดปิด ที่สำคัญในการเทรด Gold Spot นักลงทุนสามารถวิเคราะห์และเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ก็ได้ โดยนักลงทุนสามารถกำหนดจุด Stop Loss และ Take Profit เพื่อตั้งจุดราคาให้ปิดออเดอร์โดยอัตโนมัติเพื่อทำกำไรและป้องกันการขาดทุนได้ครับ
หากนักลงทุนยังไม่มั่นใจในการเทรดของตนเอง นักลงทุนสามารถเข้าไปทดลองการเทรดได้ในบัญชี Demo ของโบรกเกอร์ต่าง ๆ ที่เปิดให้ทดลองเล่นจากสถานการณ์จริง เพื่อให้ทราบถึงวิธีการลงทุนว่าสามารถทำกำไรด้วยกลยุทธ์การเทรดใดบ้าง ก่อนที่จะลงเงินในบัญชีจริงครับ
ความเสี่ยงของตลาด Gold Spot |
นอกจากความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาทองคำแล้ว ความเสี่ยงในการลงทุน Gold Spot ยังมีความเสี่ยงจาก Leverage และความเสี่ยงจากต้นทุนการเทรด อีกด้วยครับ
-
ความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาทองคำ ราคาทองคำมีความผันผวนสูงตามภาวะเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น นักลงทุนอาจขาดทุนหากเข้าซื้อขายผิดจังหวะ
-
ความเสี่ยงจาก Leverage หากใช้ Leverage สูงเกินไป นักลงทุนอาจถูก Margin Call หรือ Stop Out ได้หากราคาทองคำในตลาดมีผันผวนรุนแรง
-
ความเสี่ยงจากต้นทุนการเทรด การลงทุน Gold Spot มีต้นทุนที่นักลงทุนต้องพิจารณาก่อนลงทุนเสมอ เช่น ค่า Spread, ค่า Swap Fee และค่าคอมมิชชัน หากนักลงทุนไม่ได้คำนวณต้นทุนให้ดี อาจจะทำให้กำไรลดลงหรือขาดทุนมากกว่าที่คาด
ปัจจัยที่มีผลต่อราคา Gold Spot |
ปัจจัยที่กระทบกับราคา Gold Spot เป็นปัจจัยทั้งจากเศรษฐกิจ, การเมือง และสถานการณ์โลก โดยทาง Thaiforexreview ได้รวบรวมปัจจัยหลักได้ ดังนี้
-
ปัจจัยจากอุปสงค์และอุปทาน ราคาทองคำถูกกำหนดโดยอุปสงค์ (ความต้องการซื้อ) และอุปทาน (ความต้องการขาย) ในตลาด โดยอุปสงค์มาจากการใช้งานในอุตสาหกรรม, เครื่องประดับ และการลงทุน ขณะที่อุปทานมาจากการขุดทอง, การรีไซเคิล และการเก็บทองคำเป็นทุนสำรองของธนาคารกลาง
-
ปัจจัยจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ อย่างตัวเลขจากอัตราเงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ยนโยบายทางการเงิน, GDP และความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ส่งผลต่อราคาทองคำ
-
ปัจจัยทางการเมือง เหตุการณ์สำคัญที่จะกระตุ้นความต้องการทองคำ เช่น สงคราม, ความขัดแย้งทางการค้า และการเลือกตั้ง เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเป็นที่หลบภัยจากความไม่แน่นอนได้
-
ปัจจัยจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากราคาทองคำมีความสัมพันธ์แปรผกผันกับค่าเงินดอลลาร์ หาก USD แข็งค่า ราคาทองมักลดลง เพราะทองคำแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น ในทางกลับกัน หาก USD อ่อนค่า ราคาทองมักปรับตัวสูงขึ้น
-
ปัจจัยจากนโยบายทางการเงินของ Fed โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ Fed
ทำไม Gold Spot ถึงน่าลงทุน? |
การลงทุนใน Gold Spot มีข้อดีที่น่าลงทุน ที่ช่วยให้นักลงทุนมีความสะดวกต่อการลงทุน โดยทาง Thaiforexreview ดังนี้
-
นักลงทุนสามารถซื้อขายได้ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์
-
ราคาอ้างอิงตามตลาดโลก
-
นักลงทุนสามารถเทรดได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง
-
ต้นทุนในการลงทุนต่ำ
-
นักลงทุนสามารถทดลองเทรดฟรีได้
-
เปิดพอร์ตออนไลน์ได้
-
กักเก็บมูลค่า (Store of Value)
Gold Future คือ สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำภายในประเทศ โดยเป็นลักษณะของการวางเงินประกันว่าราคาของทองคำในอนาคตนั้นจะขึ้นหรือลง ซึ่งการเทรด Gold Future จะเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง เหมาะสำหรับการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยหรือกำลังชะลอตัวและยังช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้เป็นอย่างดีด้วยครับ
การซื้อขาย Gold Future ในไทย เป็นการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำบริสุทธิ์ 96.5% ซึ่งการซื้อขายจะอ้างอิงเป็นค่าเงินบาทต่อน้ำหนักทองคำ โดยมีสัญญาซื้อขาย 2 ขนาดสัญญา คือ ทองคำน้ำหนัก 50 บาท (50 Baht Gold Futures) และทองคำน้ำหนัก 100 บาท (100 Baht Gold Futures) แต่นักลงทุนไม่จำเป็นต้องวางเงินลงทุนทั้งหมด นักลงทุนสามารถวางเพียงแค่เงินประกันขั้นต่ำ (Initial Margin) ก็สามารถทำกำไรได้เท่ากับการซื้อขายทองคำแท่งได้ ดังนั้น การลงทุน Gold Future ในไทยจึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน เพราะการลงทุนที่อยู่ภายในประเทศไทย กราฟราคาจึงไม่ผันผวนเท่าการเทรด Gold Spot ที่อิงกับราคาตลาดโลกครับ
ลักษณะสัญญา Gold Futures |
ลักษณะสัญญา Gold Futures เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ทำการตกลงซื้อขายสินทรัพย์โดยอ้างอิงทองคำบริสุทธิ์ 96.5% ตามมาตรฐานภายในประเทศ โดยลักษณะสัญญาซื้อขายมี 2 ขนาด ดังนี้
-
ทองคำน้ำหนัก 50 บาท (50 Baht Gold Futures) มีตัวคูณสัญญาเท่ากับ 50 บาท ตามน้ำหนักทองคำ ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคาทองคำทุก ๆ 10 บาท จะมีมูลค่าเท่ากับ 500 บาท
-
ทองคำน้ำหนัก 100 บาท (100 Baht Gold Futures) มีตัวคูณสัญญาเท่ากับ 100 บาท ตามน้ำหนักทองคำ ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคาทองคำทุก ๆ 10 บาท จะมีมูลค่าเท่ากับ 100 บาท
ในส่วนของการซื้อขายสัญญาเพื่อทำกำไรกับคู่สัญญานั้น จะไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนซื้อขายเป็นทองคำจริง ๆ กับคู่สัญญา แต่จะใช้วิธีการจ่ายด้วยเงินสดแทนครับ
ความเสี่ยงของตลาด Gold Future |
การลงทุน Gold Future สามารถทำกำไรได้ง่ายในทุกสภาวะตลาดและยังใช้เงินเพียงเล็กน้อยก็สามารถลงทุนได้ แต่เพราะมีโอกาสในการทำกำไรได้ง่าย จึงต้องมีเรื่องที่ควรระวังถึงความเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ ดังนี้
-
การลงทุนใน Gold Future เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งใช้เงินลงทุนน้อยแต่ให้ผลตอบแทนสูง หากนักลงทุนวิเคราะห์แนวโน้มผิดพลาดอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ นักลงทุนจึงควรศึกษาแนวโน้มตลาดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
-
ตลาด Gold Future มีความผันผวนสูง การตั้ง Stop Loss และ Take Profit อย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ นักลงทุนไม่ควรลงทุนเกินกำลังและอย่าปล่อยให้อารมณ์ครอบงำครับ
-
ติดตามข่าวสารที่มีผลกระทบกับราคาทอง อย่างเช่น ข่าวเศรษฐกิจ, การเมือง และสังคม เพื่อช่วยให้การตัดสินใจลงทุนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ปัจจัยที่มีผลต่อราคา Gold Futures |
-
ราคาทองคำและค่าเงินบาท ราคาทองคำในประเทศก็อ้างอิงมาจากราคาทองคำในตลาดโลกและค่าเงินบาท นักลงทุนจึงต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำในตลาดโลกและค่าเงินบาท อย่างเช่น ภาวะเศรษฐกิจ, ความผันผวนของตลาดการเงิน, นโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง, อัตราเงินเฟ้อ และอุปสงค์-อุปทานของทองคำในตลาดโลกครับ
-
การแข็งค่าอ่อนค่าของค่าเงินบาท ในการซื้อขายทองคำต้องซื้อขายเป็นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น หากค่าเงินบาทอ่อนค่าจะทำให้ราคาทองคำในประเทศสูงขึ้น แต่หากค่าเงินบาทแข็งค่าจะทำให้ราคาทองคำในประเทศลดต่ำลง
-
ระยะเวลาของสัญญา มูลค่าของสัญญา Futures จะลดลงเรื่อย ๆ ตามเวลาที่เหลืออยู่ และเมื่อถึงวันหมดอายุของสัญญา ราคาของสัญญาจะเท่ากับสินทรัพย์อ้างอิง
-
อัตราดอกเบี้ย การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอัตราดอกเบี้ยมีผลกับมูลค่าตามเวลาที่เหลืออยู่ของสัญญา
ทำไม Gold Futures ถึงน่าลงทุน? |
-
นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง
-
ใช้เงินในการลงทุนน้อยเริ่มต้นประมาณ 10% ของมูลค่าสัญญา
-
กำไรขาดทุนคำนวณเป็นเงินสด ไม่ต้องส่งมอบทองคำ
-
อ้างอิงกับราคาทองคำในประเทศ
จากที่นักลงทุนได้ทราบความหมายและการเปรียบเทียบคร่าว ๆ ของรูปแบบการซื้อขายทองคำทั้ง 2 รูปแบบ แล้วน่าจะช่วยให้นักลงทุนคลายความสับสนได้ระดับหนึ่งบ้างแล้ว แต่ทางทีม Thaiforexreview เชื่อว่ายังมีบางท่านที่ยังไม่เข้าใจแบบกระจ่าง ดังนั้น เราจึงจะเปรียบเทียบ Gold Spot กับ Gold Future เพื่อให้นักลงทุนได้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ครับ
1. กราฟขยับมากน้อยต่างกัน
Gold Spot เป็นการซื้อขายโดยอิงราคาตลาดทั่วโลกที่นักลงทุนจากหลายประเทศลงทุน จึงทำให้ราคาทองคำมีความผันผวนมากกว่าการเทรดแบบ Gold Future ที่ซื้อขายกันเฉพาะกลุ่มนักลงทุนในประเทศไทยเท่านั้น โดยการเทรดแบบ Gold Spot ที่มีความผันผวนสูงนี้ จึงสามารถทำกำไรได้และขาดทุนได้เช่นกัน ต่างกับ Gold Future ที่กราฟค่อนข้างนิ่งกว่า จึงถือเป็นการลงทุนที่เอาไว้กระจายความเสี่ยงครับ
2. Volume ในการลงทุนต่างกัน
สำหรับการเทรด Gold Spot นั้นจะมีจำนวน Volume ของนักลงทุนที่มากกว่าการเทรดแบบ Gold Future เพราะว่า Gold Future จะเน้นการซื้อขายกันเองในประเทศไทยเท่านั้น ทำให้ปริมาณการซื้อขายต่อวันน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการเทรดแบบ Gold Spot ที่เป็นการซื้อขายกันในระดับโลก ซึ่งจะสามารถสร้างกำไรได้ดีกว่า และแน่นอนมีความเสี่ยงกว่าเช่นกัน
3. เวลาในการลงทุนต่างกัน
พูดถึงในเรื่องของเวลาที่มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน เพราะการลงทุนในรูปแบบ Gold Future จะเป็นการทำสัญญาซื้อขายในเวลาทำการของตลาดหุ้นเท่านั้น แต่สำหรับการเทรดแบบ Gold Spot จะสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน คือวันจันทร์-วันศุกร์ ดังนั้น การเทรดแบบ Gold Spot จึงสามารถทำกำไรได้ตลอดทั้งวันครับ
ซื้อขาย Gold Futures ได้ที่ไหน?
การเทรดแบบ Gold Future สามารถทำสัญญาซื้อขายได้ในเวลาทำการของตลาดหุ้น โดยเวลาทำการของตลาดหุ้นไทย คือ วันจันทร์-วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ซึ่งเปิด-ปิดเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเช้า 10:00-12:30 น. และ ช่วงบ่าย 14:30-16:30 น.
XAUUSD กับ Gold Spot ต่างกันอย่างไร?
XAUUSD เป็นหนึ่งในรูปแบบของ Gold Spot ที่นิยมเทรดกัน โดยจับคู่ทองคำกับ USD
เทรด Gold Spot ต้องมีทุนเยอะไหม?
ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนสูง เพราะสามารถเทรดด้วยระบบ Leverage ได้ แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี
การเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการลงทุนในการเทรดทองคำ จะทำให้นักลงทุนสามารถทราบว่ารูปแบบการลงทุน Gold Spot หรือ Gold Futures เหมาะกับนักลงทุนมากกว่ากัน โดย Gold Spot เป็นการซื้อขายทองคำตามราคาตลาดโลกแบบเรียลไทม์ โดยไม่มีการส่งมอบทองคำจริงให้กับนักลงทุนและทำกำไรจากส่วนต่างของราคาเหมือนการเทรดคู่สกุลเงินหรือสกุลเงิน แต่ Gold Futures เป็นสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคาทองคำเพื่อซื้อหรือขายในอนาคต โดยไม่มีการส่งมอบทองจริง แต่จะชำระกำไรขาดทุนเป็นเงินสด ซึ่งทั้งสองรูปแบบเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากแนวโน้มของราคาทองคำไม่ซับซ้อน หรือมีความผันผวนไม่เท่ากับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นครับ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกรูปแบบล้วนมีความเสี่ยง นักลงทุนจึงควรศึกษาถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์นั้นให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้นักลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยงในการลงทุนได้และช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ
หากคุณมีความสนใจในเรื่องของการลงทุนเหมือนกันกับผม
สามารถติดตามความรู้เกี่ยวกับ Forex ได้ทางเว็บไซต์ www.thaiforexreview.com
ติดตามความเคลื่อนไหวและการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Thaiforexreview
ติดตามข่าวสารการลงทุนและบทวิเคราะห์ฟอเร็กซ์ได้ที่ Forex Analysis
อ่านบทความสาระดี ๆ ได้ที่ Blogs
อ่านรีวิวโบรกเกอร์ยอดนิยมได้ที่ Top Brokers
แนะนำโบรกเกอร์สำหรับคุณ
